วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เอื้องช่อนี้ชื่อฟ้ามุ่ย


ฟ้ามุ่ย...หอบเอาความแค้นบินตรงกลับมาเมืองไทยเพื่อแก้แค้นให้พี่สาว ที่ถูกทำร้ายจากชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี เธอทำทุกวิถีทางที่จะได้ใกล้ชิดเขา
และพยายามจะแก้แค้นเขาโดยใช้ความรักและะความเสน่หาเป็นเครื่องมือ
   ในสายตาของจันทร์ผา พ่อเลี้ยงหนุ่มคาสโนว่า ฟ้ามุ่ยเป็นเพียงเด็กสาวที่น่าหลงใหลคนหนึ่ง ดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่หารู้ไม่ว่าข้างในใจเธอเปลี่ยมไปด้วยไฟแค้นเต็มอก
  จะเป็นอย่างไรเมื่อเธอคิดจะเล่นตลกกับความรักแต่กลับถูกความรักเล่นตลกกลับคืนโดยไม่ทันตั้งตัว บนสั่งเวียนแห่งรักที่เดิมพันด้วยหัวใจ ใครกันที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ใครที่จะเป็นฝ่ายเจ็บปวด.....



ความหลัง
เรือนร่างอรชรที่ยืนอยู่ริมระเบียงที่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์สีนวลที่เบื้องหน้าเป็นทะเล จนดูหน้าสะพรึงกลัว ดวงหน้างดงามแต้มด้วยสีชมพูอ่อนระเรื่อทั่วใบหน้า ยามลมทะเลพัดเอาความเย็นจัดจากทะเลที่กว้างใหญ่ข้างนอกมาปะทะกับเรือนร่าง เส้นผมสรวยยาวถึงสะโพรกก็พริ้วตามแรงลมจนนิ้วเรียวยาวต้องทัดมันไว้กับใบหู ขณะที่นัยย์ตาสีสนิมยังคงทอดมองทะเลข้างหน้าอย่างชื่นชม พรางนึกถึงเรื่องอดีตที่เคยเกิดขึ้น เมื่อ 2 ปีก่อน
   ณ คุ้มหลวงเจ้าเชียงเมินเมื่อ 2 ปีก่อน
" เจ้านางเอื้องผึ้ง เจ้านางเจ้าค่ะ  " สาวใช้ร่างท้วมในชุดลุนตยาอฉิกเคียนอกทิ้งชายยาว เคาะประตูไม้ พรางเรียกสตรีชั้นสูงที่ขังตัวเองในห้อง
   "เป็นอะไรหรือเมียน เคาะประตูเสียงดังไปถึงข้างล่าง" สาวใช้ที่ค่อนข้างมีอายุถามพรางเดินขึ้นบันไดด้วยความงุนงง
   "เจ้านางเอื้องผึ้ง สิป้าน้อม ขังตัวเองอยู่ในห้องตั้งแต่ช่วงสายแล้ว ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้"
   "เจ้านาง ก็คงจะตรอมใจเรื่องพ่อเลี้ยงจันทร์ผานะสิ แต่ก็ว่าคนรักกันไม่น่าทำกันเช่นนี้หรอก" หญิงชราที่ชื่อน้อมพูดด้วยอ้อยอิงดุจคนร้องไห้
   "นั่นสิป้า เจ้านางทั้งรักทั้งหลง ไม่น่าทำร้ายกันเช่นนี้เลย " หญิงร่างท้วมพูดเสริม ก่อนเดินลงบรรไดไปพร้อมๆกัน
      ถึงเมียนจะมาทำงานที่เรือนทองคำของเจ้านางเอื้องผึ้งได้ไม่นาน แต่เมี่ยนก็พอรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับคุ้มหลวงที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของลูกหลานของเจ้าราชวงศ์เชียงเมินก่อนที่เจ้านางเอื้องผึ้ง เจ้านางคนสุดท้ายของราชวงศ์จะทำมันล่มสลายไปเพราะชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าสามี
   "ป้าน้อม ป้าน้อมว่าเจ้านางจะทำอย่างไรต่อไปหรือ" หญิงสาวร่างท้วมพูดพรางหัดผักไปพราง
    "เจ้านางเอื้องผึ้ง ก็คงไปอยู่กับน้องสาวละมั้ง เพราะอีกไม่นานพ่อเลี้ยงจันทร์ผาก็จะไม่ยึดที่นี้แล้ว" หญิงชราพูดด้วยสายตาวิตก
    "เจ้านางเอื้องผึ้ง มีน้องสาวหรือค่ะ ป้าน้อม"
    "ใช้จะเมียน น้องสาวเจ้านางชื่อว่า คุณฟ้ามุ่ย ตอนนี้เธอไปเรียนต่อที่เมืองนอกกับพ่อของเธอนะ"
       เจ้านางเอื้องผึ้งเป็นบุตรสาวของ เจ็ดปอย น้องสาวเจ้านางฮองคำ เจ้านางคุ้มหลวงเชียงเมินคนก่อน ซึ่งควบคุมการทำธุรกิจส่งออกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นอาชีพหลักสำหรับคนในคุ้ม จนทำให้คนที่อาศัยภายในคุ้มหลวงมีเงินใช้อย่างไม่ขาดมือ
   "ป้า ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณฟ้ามุ่ยเลยหล่ะ" เมียนถามด้วยหน้าตาสงสัย พรางคนหม้อแกงจืด
   "ก็คุณหญิงเจ็ดปอย แม่ของเจ้านางเอื้องผึ้ง แยกทางกับพ่อของเจ้านางตั้งแต่ตอนเจ้านางยังเล็กๆ คุณฟ้ามุ่ยเลยต้องไปอยู่กับพ่อที่เมืองนอกนู้น!!"
   "งั้นที่ว่า ผู้สืบสายเลือดจากเจ้าพอซางดี ต้องเป็นหม้ายไม่ก็ต้องตายก่อนผัวก็เป็นเรื่องจริงนะสิป้า"
   "นี้ นางเมียนเอ็งอย่าพูดไปให้คุณๆ ท่านได้ยินเชียวนะ ..."
   " แต่มันจริงไหมหล่ะป้า ดูเจ้านางหรือลูกหลานเจ้านางแต่ละองค์สิ ไม่เป็นอันต้องย่าล้างกับผัว เอ้ยสามีก็ต้อง มีอันเป็นไปก่อนสามี"
   "อย่ามัวแต่พูดอีเมียน คนแกงได้แล้วเดี๋ยวมันจะไหม้ พอเสร็จแล้วไปจัดโตะนะ ข้าจะไปเรียกเจ้านางลงมารับประทานอาหาร"
     พอนางเมียนพูดถึงคำสาปของราชวงศ์เชียงเมิน ทำให้ป้าน้อมนึกถึงเรื่องเล่าของบรรพบุรุษที่เล่ากันต่อๆมาว่า ราชวงศ์เชียงเมินถูกสาปจากเจ้าเมืองมาน ให้ล่มสลายด้วยน้ำมือบุรุษที่สืบเชื้อสายจากเมืองมาน
   "หรือจะจริงดังคำที่พ่อแม่เล่าให้ฟัง" ป้าน้อมหญิงชราฉุกคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคุ้มหลวงเชียงเมิน ที่ถูกพ่อเลี้ยงจันทร์ผาโกงธุระกิจจนต้องถูกฟ้องล่มลลาย ส่งผลให้คุ้มหลวงถูกยึดไปขายทอดตลาดพร้อมกับทรัพย์สินต่างๆภายในบ้าน
    คำสาปที่เกิดขึ้นเพียงเพราะมหาเทวีแห่งเชียงเมินใช้ยาเสน่ห์ใส่เหนือหัวแห่งเมืองมานจนเมืองมานตกเป็นเมืองขึ้นของเชียงเมินมีจริงหรือ หรือมันเพียงเพราะเรื่องบังเอิญ หญิงชราคุ้นคิดในใจ
    "เจ้านางเอื้องผึ้งเจ้าคะ เจ้านางเอื้องผึ้ง ได้ยินน้อมไหมค่ะ เจ้านางไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันแล้วนะค่ะ ออกมาเถอะคะเจ้านาง" ป้าน้อมพูดพรางใช้มือบิดลูกบิดประตู
   "ไอ้สน ไอ้สน ไอ้สน " หญิงชราร้องเรียกคนงานวัยกลางคนที่กำลังยกของที่มีค่ามาจักแจงเตรียมขายให้ร้านรับซื้อของเก่า
    "อะไรเหรอป้าน้อม" คนงานชายของเรือนทองคำ ที่เป็นบ้านพักตากอากาศของคนในคุ้มเชียงเมินขานรับด้วยความสงสัย
   "ไปเอากุญแจ สำรองห้องเจ้านางมาไป"
    "ครับ" คนงานหนุ่มรีบวิงไปเพื่อหยิบกุญแจสำรองหน้าห้องเก็บของ
เรือนทองคำเป็นบ้านพักตากอากาศสำหรับคนในคุ้มหลวงเชียงเมือง เป็นบ้านพักหลังเล็กๆที่อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    "ได้แล้ว ป้าน้อม"
    "ไขเลย ไอ้สน"
    "เจ้านางเอื้องผึ้ง !! ไอ้สนรีบไปเรียกรถพยาบาลเลย" หญิงชราพูดพร้อมเขย่าตัว สตรีสูงศักดิ์ รูปร่างสะโอดสะองในชุดลุนตยาอฉิกต่อตีนยาว ที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น และที่ข้อมือมีรอยถูกของมีคมกรีด เลือดไหลเจิงนองพื้น
   "เจ้านางเอื้องผึ้ง เจ้านาง เจ้านาง"

สตรีสูงศักดิ์นอนแน่นิ่ง แต่ไร้ซึ่งชีพจรและลมหายใจ เหลือไว้เพียงร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณและหัวใจที่ให้ไว้กับบุรุษที่นางรัก







การกลับมา

คนทั้งงานล้วนใช้เครื่องแต่งกายที่มีแต่สีดำ ด้วยเพียงเพราะไว้อาลัยให้เจ้านางเอื้องผึ้งที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ทันใดนั้นทุกคนต้องเป็นอันหยุดทำกิจกรรม เมื่อเชโรกีคันใหญ่ที่แล่นมาด้วยความเร็ว แบกอย่างกระทันจนมีเสียง เอี้ยด!!!
  สตรีที่อยู่ภายในรถสวมชุดลุนตยาอฉิกต่อตีนยาวสีดำ เคียนจากอกลงสู่พื้น ด้านนอกสวมชุดตัดจากผ้าปักลายหงส์ไทยใหญ่ ผมยาวเกล้ามวยเหน็บเอื้องแซะแล้วทิ้งไหล่จวนระเท้า เดินลงมาจากรถ
   "คุณหนูฟ้ามุ่ย" หญิงชราร้องทักด้วยความประหลาดใจ ถึงผ่านไปหลายสิบปี แต่เคล้าหน้านวลเนียน นัยย์ตาคม คอระหงแบบนี้ไม่ผิดแน่ หญิงชราได้เพียงคิดในใจ
    "สวัดดีค่ะ ป้าน้อม" หญิงสาวทักพร้อมยกมือไหว้
    "แล้วคุณพ่อคุณหนูไม่ได้มาหรือค่ะ"
    "คุณพ่อท่านเสียได้ สองปีแล้วค่ะ "
     "เชิญคุณหนูนั่งก่อนนะค่ะ"
จริงอยู่ที่ฟ้ามุ่ยกับเอื้องผึ้งไม่ได้โตมาด้วยกันแต่ความสัมพันธ์ฉันพี่้องก็ใช่จะตัดกันขาด ฟ้ามุ่ยคอยติดตามข่าวเกี่ยวกับคุ้มหลวงเชียงเมินอยู่ตลอดและก็พอรู้อยู่บ้างว่าเกิดเรื่องอะไรกับคุ้มเชียงเมิน
     "พ่อเลี้ยงจันทร์ผาไม่มาร่วมฟังสวดอภิธรรมคืนนี้เหรอคะ"
      "ตั้งแต่ที่ไปรับศพเจ้านางที่โรงพยาบาล เขาก็ไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลยค่ะ"
      "ป้าน้อมคะ เรื่องที่เจ้าพี่เอื้องผึ้งมีน้องสาว อย่าบอกให้ใครรู้นะคะ"
      "ทำไมละคะคุณฟ้า"
      "ฟ้ากลัวว่าฟ้าจะไม่ปลอดภัยอะคะ"
   ฟ้ามุ่ยเห็นทุกอย่างที่จันทร์ผาทำกับคุ้มหลวงและเจ้านางเอื้องผึ้ง ฟ้ามุ่ยรู้จุดประสงค์ของการแต่งงานของจันทร์ผากับเอื้องผึ้งแต่แรกแล้ว โดยที่เธอพยายามจะเตือนเอื้องผึ้งทุกอย่างแต่ด้วยความรักบังตาจึงทำให้เอื้องผึ้งมองไม่เห็นสิ่งเลวร้ายต่างๆที่จันทร์ผาทำ
    "ป้าน้อมคะ นี้แทนไทค่ะ คนรักรักของฟ้าเองคะ"
    " แทนคะ นี้ป้าน้อมค่ะ เป็นคนสนิทของคุณแม่และก็เป็นคนดูแลเจ้าพี่หลังจากเจ้าแม่จากพวกเราไปคะ"
    หลังจากพระสวดอภิธรรมเสร็จ แขกพากันต่างแยกย้ายย้ายกลับเหลือเพียงแต่ฟ้ามุ่ย กับแทนไท ชายอันเป็นเช่นดวงใจของเธอ
    "แทนคะ คือฟ้ามีเรื่องที่ต้องสะสางที่เมืองไทยก่อน หลังจากเสร็จงานเจ้าพี่แทนกลับไปก่อนฟ้าเลยน่ะคะ" หญิงสาวพูดด้วยสายตาเศร้า
    ถึงแทนไทจะไม่ทราบสาเหตุการฆ่าตัวตายของเจ้านางเอื้องผึ้ง แต่แทนไทก็พอรู้อยู่บ้างว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของราชวงศ์เชียงเมินนั้นถูกคนไร้หัวใจโกงไปหมดแล้ว
    "แทน อยากอยู่กับฟ้านะ แทนอยากช่วยฟ้า" ชายหนุ่มพูดขณะกุมมือหญิงสาว
    "ฟ้าขอบคุณแทนนะ ที่คอยอยู่ข้างฟ้าตลอดเวลา"
ถึงระยะเวลาเพียงแค่สองปีที่ฟ้ามุ่ยคบกับแทนไทจะค่อยนาน แต่มันก็ทำให้ฟ้ามุ่ยรู้จักอะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในตัวชายคนนี้ โดยเฉพาะความมั่นคงในความรัก ไม่มีเวลาไหนเลยที่ฟ้ามุ่ยมีความทุกแล้วแทนไทไม่เคยอยู่เคียงข้างเธอ
   "หลังจากฟ้าจัดการทุกอย่างเสร็จ เราแต่งงานกันนะค่ะ"
   "ครับ ผมรอคอยวันนี้มานานนะฟ้า วันที่ฟ้าเห็นคุณค่าของผม" หนุ่มผมสั้นเซอร์ไม่เป็นทรงดูไม่เข้ากับใบหน้าหล่อเหล่า ยิ้มอย่างไม่หุบส่งผลให้เห็นฟันขาวที่ตัดกับริมฝีปากสีชมพู
   ตั้งแต่ที่ท่านอนุพงษ์ อดีตเอกราชทูตไทยประจำกรุ่งลอนดอนเสียชีวิตลง ก็มีเพียงแทนไทเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างฟ้ามุ่ยอย่างไม่ห่างหาย
    "นี้ดึกแล้ว เรากลับโรงแรมกันเถอะฟ้า"
    "แทนออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ ฟ้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าพี่"
    "ครับ ผมไปรอในรถนะ รีบตามมาหละ"
หลังจากแทนไทเดินออกไป น้ำตาของฟ้ามุ่ยเริ่มไหลอาบลงมาตรงแก้มนวลทั้งสองข้าง
   "เจ้าพี่คะ ฟ้าจะทำทุกอย่าง จะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เราได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา ชีวิตต้องล้างด้วยชีวิต"
หลังจากพูดเสร็จหญิงสาวก็เช็ดน้ำตาจากแกล้มทั้งสองข้าง แล้วเดินกลับไปยังรถ


เป้าหมาย

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่มืดสลัว มีเพียงแสงเทียนริบหรี่จากเทียนหอมไม่กี่เล่ม สายลมยามดึกสงัดผสานกับกลิ่นฉุนของบุหรี่จนเหม็นคลุ้งไปทั่ว
    แสงมัวซัวของเทียนส่องไปยังโต๊ะที่ตั้งรูปเรียงกันเป็นชั้น ตรงฝาผนังมีรูคู่บ่าวสาว ที่ยิ้มแย้มอย่างสดใส
    แต่แสงเทียนยังส่องไปยังเตียงนอนที่ด้านบนมีร่างของชายหนุ่มกำลังคลอเคลียสาวในร่างอวบอัดราวกับฉากเลิฟซีนในนิยายโรมานซ์ เสียงคางกระเส่าจากหญิงสาวผู้นั้นประสานไปกับเสียงเพลงไวโอลินซึ่งขับคลอ
   ชายหนุ่มวางแก้วไวน์เล็กๆที่ยังดื่มไม่หมดบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะใช้มือนั้นฟอนเฟ้นทรวงอกเต่งตึงอย่างหยอกเหย้า
   แต่ทันใดนั้นเองทุกอย่างต้องหยุดเมื่อใบหน้าหญิงสาวที่สวยได้รูปข้างหน้าเขานั้นกลายเป็นใบหน้าเน่าเฟะอัปลักษณ์ นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องเขม็งตอบมาโดยที่ลูกตาสองข้างทะลักออกมา
   "เฮ้ย!!!" ร่างสูงผงะตกใจ ชายหนุ่มรับกระโจนลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว
   "เป็นอะไรค่ะ พ่อเลี้ยง" ร่างอวบลุกขึ้นนั่งด้วยท่างุนงง เธอย่อนคิ้วมองชายหนุ่มที่เปลือยเปล่าที่ทำท่าทางตาเลือกตาลานอย่างกับเห็นผี
   พ่อเลี้ยงหนุ่มใช้มือเช็ดปากอย่างขยะแขยงแล้วเขม้นมองคนบนเตียงอีกครั้งอย่างหวาดกลัว
  "พ่อเลี้ยงจันทร์ผาคะ แคที่ว่าเรามาต่อกันดีกว่ากว่าคะ" ร่างอวบพูดพรางเก้าลงจากเตียงโอบแขนเรียวยาวโอบร่างอันแข็งแกร่งดุจนักกีฬา
  ด้วยเพราะหญิงสาวไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับหนุ่มที่แสนเร้าใจอย่างพ่อเลี้ยงจันทร์ผา เธอจึงเป็นฝ่ายรุก ร่างอวบเบียดเข้ากับแผงชายกำยำของพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างยั่วเย้า แล้วจุมพิตคางสากสาก เรื่อยๆไปถึงปากหยัก พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงตะหวัดลิ้นรับด้วยความเต็มใจ รุกเร้าหญิงสาวกลับไม่ให้เสียเชิงชาย
  ชายหนุ่มต้องผงะอีกครั้งแต่บัดนี้ใบหน้าเบื้องหน้าไม่ใช้ผีห่าเน่าเฟะ หรือหญิงสาวร่างอวบ แต่เป็นใบหน้าของภรรยาเก่าของเขา
   "เอื้องผึ้ง" ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความตกใจ
เอื้องผึ้ง นางที่เขายักยอกทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาลมาเป็นของเขา นางที่ทำให้พ่อเลี้ยงที่เหลือแต่ตัวกลายเป็มมหาเศรษฐี นางที่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดรัก บัดนี้มาอยู่ข้างหน้า
  "ไม่จริง เอื้องเธอตายไปแล้วนิ เธอจะหลอกหลอนอะไรนักหนา" พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดด้วยเสียงกระเส่า
  "พ่อเลี้ยงค่ะ พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเล่นอะไรแคที่ไม่สนุกด้วยหรอกนะคะ" สาวร่างอวบพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
  "แคที่ !!" ชายหนุ่มตกใจที่ใบหน้าของหญิงสาวที่เห็นกลายเป็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขาร่วมเตียง
 "ถ้าพ่อเลี้ยงยังเป็นแบบนี้อยู่ แค่ที่กลับก่อนนะค่ะ" สาวอวบลุกจากเตียง แล้วใส่เสื้อผ้า
  ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าเขาคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ หรือไม่งั้นก็วิญญาณของเอื้องผึ้งก็คงตามหลอกหลอนเขา
  "เราก็ไปขอขมาศพของเอื้องแล้วนิ" ชายหนุ่มพูดด้วยความสงสัย พรางเดินไปหยิบยานอนหลับมากิน
    
   รุ่งเช้าแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาห้องนอนริมสุด บนเตียงเป็นร่างของหญิงสาวกับชายหนุ่มเปลือยเปล่า
   "แทนคะ แทนตื่นได้แล้วคะ"
   "ฟ้ามันยังเช้าอยู่เลยนะ"
    "ไม่ได้คะ แทนวันนี้เราต้องไปวัดนะ "
    "งั้นฟ้าไปคนเดียวก็ได้คะ"
    "คนดีของผม งั้นคุณไปอาบน้ำก่อนเลย"
    "ใครบอกหล่ะค่ะ เราจะอาบน้ำพร้อมกันค่ะ"
    "ฮืม ....." ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยท่าทางที่แปลกใจ
    "ฟ้า ล่อเล่นค่ะ งั้นฟ้าอาบก่อนนะค่ะ"
    
     ภายในวัดใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่สายลมพัดเอาความเหน็บหนาวสัมผัสกับผิวเนียนของร่างระหงในขุดเดสยาวสีดำ จนหนาวสะท้าน หญิงสาวทอดสายตามองไปทั่วอาณาบริเวณวัด จนสายตาของเธอไปสุดกับชายร่างสูง ประกายตาคมกล้าดุจพญาอินทรีแต่ฉายแววขุ่นมัว
  "พ่อเลี้ยงจันทร์ผา ในที่สุดฉันก็ได้เจอคุณ"
  "ฟ้าๆ คุณมายืนทำอะไรตรงนี้" แทนไทใช้มือสะกิดฟ้า
   "ไม่มีอะไรหรอกค่ะแทน เราไปหาป้าน้อมกันเถอะค่ะ ป่านนี้ป้าน้อมคงจะวุ่นวายกับแขกเรื่อในงานจนมือเป็นระวิงแล้วมั้งค่ะ"
     ในที่สุดเธอก็เจอชายที่เธอตามหา ปฎิบัติการแก้แค้นได้เริ่มขึ้นแล้ว
"หลังจากเผาศพเจ้าพี่เสร็จวันนี้ ป้าน้อมจะเอายังไงต่อค่ะ"
"ป้าก็จะกลับไปอยู่ที่บ้านของลูกของน้องสาวป้าค่ะ แล้วคุณฟ้าจะกลับพร้อมคณแทนวันนี้เลยใช่ไหมค่ะ"
"ไม่ค่ะป้า ฟ้าว่าจะให้แทนกลับไปก่อน ฟ้าของจัดการกับปัญหาทุกอย่างก่อนคะ"
  "คุณฟ้าคะ ป้าว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วคะ ถึงทำอะไรลงไปเจ้านางก็ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้ว"
  "ไม่ค่ะ ฟ้าเชื่อว่าวิญญาณของเจ้าพี่ก็ยังไม่เป็นสุขหรอกคะ ถ้าฟ้ายังไม่สามารถนำคุ้มหลวงเชียงเมินกลับคืนมาได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น